มหาเทพ สอยประตูชัยเหนือนกขมิ้น

    danny-welbeck-olivier-giroud-arsenal

    อาร์แซน เวนเกอร์ ยังคงต้องการที่จะจบเป็นอันดับที่ 3ในพรีเมียร์ลีกเพื่อที่จะเข้าไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก แบบไม่ต้องมานั่ง คัดเลือกอีกครั้ง ทำให้ อาร์เซน่อลจะต้องรักษาคะแนนไว้ให้ได้ไม่เช่นนั้นอาจจะโดน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พุ่งขึ้นมาแซงหน้าได้อีก เกมที่ 36 เล่นในบ้านเจอกับ นกขมิ้น นอริช ซิตี้ ถ้าเกมนี้แพ้จะทำให้พวกเขายังคงอยู่ที่ 4 ดั่งเดิม ทำให้เกมนี้ เวนเกอร์ ยังใส่ โอลิวิเย่ร์ ชิรูดห์ เป็นตัวจริงถึงแม้ผลงานจะไม่ดีเท่าที่ควรก็ตาม กองกลางมี เมซุส โอซิล และ อเล็กซิสซานเชส ตัวหลักช่วยอีกแรง  อิโวบี้เกมนี้ได้ โอกาสเป็นตัวจริง ทีมเยือนยังคงมีโอกาสตกชั้นทำให้พวกเขาใส่ เจอโรมเป็นหน้าเป้า มีฮูลาแกน ฮาวน์สัน เรดมอนต์ มาช่วยเกมรุกและรับ

หลังจากที่เกมขึ้นก็เป็นอาร์เซน่อลที่ครองบอลบุกอยู่ฝ่ายเดียว ทั้งจังหวะการจบสกอร์ก็มีมากกว่าแต่ก็มีบางครั้งที่บุกอยู่เพลินๆแล้วโดนโต้สวนกลับจนได้จบสกอร์เกือบเป็นประตูเหมือนกัน แต่ยังไม่มีทีมไหนทำได้ดีพอที่จะเป็นประตูเกิดขึ้น ทำให้ครึ่งหลัง เวนเกอร์ส แก้เกมรุก ส่ง แดนนี่ เวลเบ็ค ลงแทน ชิรูดห์และพอลริต้า ลงมาแทน เมอร์เตซัคเกอร์ที่เกมนี้ค่อนข้างที่จะรวนนิดๆ หลังจากที่ เวลเบ็คลงเพียงแค่ 3นาที เจ้าตัวก็มายิงประตูสำคัญให้ทีม ในนาทีที่ 59 บอลมาจากริมเส้นฝั่งขวาที่ ชิรูดห์ เขาโหม่งบอลตั้งกลับมาให้กับ เวลเบ็ค เอียงตัววอลเลย์บอลพุ่งกระดอนพื้นเข้าไปที่เสาสอง เป็นประตูชัยให้กับ อาร์เซน่อล เก็บ 3คะแนนที่สำคัญต่อทีม พาทีมกลับขึ้นไปอยู่ที่ 3 อีกครั้ง

พี่ค้อนโหด บุกทุบ มวยโลก คาบ้าน

        West-Ham-vs-West-Brom

     ไม่มีไว้หน้ากัน สำหรับ ขุนค้อน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่ยังคงหวังที่จะจบอันดับที่ 5 ในการไปเล่นในศึก ยูโรป้า แชมเปี้ยนลีก ทำให้พวกเขายังคงเดินหน้าเล่นกันอย่างเต็มที่ แถมยังเก็บชัยชนะได้ไม่น้อยอีกด้วย ล่าสุดอยู่ที่ 6ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียงแค่ 1คะแนนเท่านั้นหลังจากที่ พวกเขาบุกไปเอาชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนไปได้ น่าสนใจมากว่าถ้าเกิดพกวเขารักษาระยะฟอร์มของเขาไปได้อาจจะจบได้ดีกว่านี้แน่นอน Slaven Bilic ผลงานในฤดูกาลนี้ค่อนข้างที่จะเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก เก็บทีมใหญ่มาได้เกือบหมด จะมาก็พลาดตรงที่เวลาเจอกับทีมเล็กก็มักจะดร็อปผลงานลงไปด้วยทำให้ทิ้งคะแนนที่สำคัญไปเยอะทีเดียว

เกมนี้พวกเขาก็มาระเบิดฟอร์มไล่จีตูดแมนยูมาเรื่อยๆ ซึ่งยิงกันไม่ไหวหน้าเจ้าบ้านเลย เวสต์แอฒ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 0-1 ตั้งแต่ ครึ่งแรกนาทีที่ 34 Dimitri Payet เปิดบอลเข้าตรงกลาง บอลพุ่งแม่นยำไปที่หัวของ Cheikhou Kouyaté โขกบอลสวนตัวของ เบน ฟอสเตอร์เข้าไป ทำให้ทีมเยือนขึ้นนำไปก่อน หลังจากนั้นก่อนที่จะหมดเวลาครึ่งแรก Cheikhou Kouyaté ก็กลับมาเป็นคนแอสซิตให้กับ มาร์ด โนเบิ้ล ยิงประตูให้ทีมขึ้นนำ 0-2 ทิ้งห่าง เวสต์บรอมวิช ออกไปอีก ก่อนที่จะเป็น เขาคนเดิม มาร์ค โนเบิ้ล  ได้บอลจากการตักบอลโด่งย้อนมาที่หน้าประตูบอลลงที่เท้าของ โนเบิ้ล เอียงตัว วอลลย์บอลเสยหน้าของฟอสเตอร์เข้าไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง สวยงามมากครับ มีความคลาสสิคแบบอลอังกฤษเก่าผสมผสานอยู่ด้วย ทำให้ประตูนี้ปิดท้ายให้ เวสต์แฮม บุกมาเอาชนะ เวสต์บรอมวิชไป 3-0

พี่เสือไปไม่ถึง น้องหมีตบร่วง

    saul-niguez-vs-bayern-april-2016

       ชนะเหมือนแพ้ เป็นคำพูดที่กล่าวถึงทีม เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ที่แข่งขันศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก เปิดสนาม แอลลิแอนซ์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ ตราหมี แอตเลติโก้ มาดริด ซึ่งในนัดแรกที่ดวลกันเป็น ตราหมีที่เก็บชัยชนะไปได้ 1-0 ไม่เสียประตูในบ้านอีกด้วย เกมนี้ทางทีมเจ้าบ้าน ค่อนข้างที่จะกดดันตัวเองเป็นอย่างมาก ถ้าต้องการเข้ารอบต้องยิงถึง 2-0ถ้าโดนยิงในบ้านเป็นอันว่าจบเพราะว่าต้องยิงถึง 3ประตู ทำให้ นักเตะร่วมไปถึง โค้ชก็อาจจะเกรงๆกับในเกมนี้ เป๊ป กวาดิโอล่า เตรียมทีมมาไม่ต่างจากเกมแรกยังใช้งานของ ฟรองค์ ริเบรี่ ขนานริมเส้นคู่กับ ดักลาส คอสต้า บุกเข้าโจมตี ตรงกลางยังใช้งานของ อาตูโล่ วิดัล คู่กับ โทมัส มุลเลอร์ กองหน้าเป้ายังเป็น โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

เกมการแข่งขันเริ่มขึ้น ตราหมีเตรียมทีมมาตั้งรับเต็มอัตรา ทำให้ บาเยิร์น มิวนิค ดาหน้าเข้าใส่แบบไม่ยั้งจนโอกาสได้จบสกอร์มีเยอะมากแต่ไม่ดีพอที่ผ่าน ยานน์ โอลัค ผู้รักษาประตูของ แอตเลติโก้ มาดริด แต่จนมานาทีที่ 31 ก็ประสบผลสำเร็จ ชาบี้ อลอนโซ่ ได้โอกาสจบสกอร์จากแถว 2 ส่งบอลเข้าประตูไปทำให้ บาเยิร์น กลับมาเสมอกับ ตราหมีจากสกอร์ร่วม มาในครึ่งหลังนาทีที่54 ตราหมีส่วนกลับบอลอยู่ที่ เฟอร์นันโด ตอร์เรส แทงทะลุช่องให้กับ อองตรวน กริสมันซ์ ยิงประตูผ่าน มานูเอล นอยส์เออร์ หมดสิทธืรับ ทำให้เสมอกันในเกม 1-1 เป็นงานยากของ บาเยิร์นที่จะต้องจบเกมด้วยสกอร์ 3-1 แต่ก็โดวงทวงคืนมาจาก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แต่ก็ไม่พอทำให้เกมนี้บาเยิร์ยเอาชนะ 2-1 แต่สกอร์รวมเสมอกันแล้วแพ้เพราะว่าโดนประตูกฏอเวย์โกลด์ ทำให้ตราหมี แอตเลติโก้ มาดริด เขี่ย บาเยิร์น มิวนิค ตกรอบ รองชนะเลิศไป

ท๊อฟฟี่ หืดจับ เบนส์ ยิงเฉือน บอร์นมัธ

   Bournemouth-vs-Everton

      เกมที่ 36 ในศึกพรีเมียร์ลีก ท๊อฟฟี่น้ำเงิน เอฟเวอร์ตัน กลับรังเหย้ามาเจอกับ บอร์นมัธ ด้วยทั้ง 2ทีมไม่ต้องมานั่งลุ้นหรือเสี่ยงอะไร เลยทำให้เกมนี้ค่อนข้างที่จะเล่นกันไม่เต็มที่ ส่วนมากจะไม่ได้ส่งตัวจริงทุกตำแหน่งเอาตัวสำรองลงมาหาประสบการณ์ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ พัก โรเมรู ลูกากู ให้ Oumar Niasse ลงเล่นเป็นกองหน้า แต่เกมรุกที่เหลือมี รอส บาร์คลี่ย์ ทอม เควฟลี่ย์และ อารอน เลนนอล ในฝั่งที่ทีมเยือนให้ วิลสัน กับ คิงลงเป็นหน้าคู่ มีอาร์เทอร์ กับ เชอแมนส์ คุมกลาง เกมนี้อาจจะเล่นกันอย่างประณีประณอตกันเสียหน่อยบแต่เกมที่เกิขึ้นมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น

เล่นกันในครึ่งแรกไม่กี่นาทีก็มีประตูเกิดขึ้นซะแล้ว นาทีที่ 7เท่านั้น เจ้าบ้านเครื่องร้อนเร็ว เปิดฉากขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะที่ รอส บาร์คลี่ย์ ได้บอลทางริมเส้นฝั่งซ้าย ถ่ายบอลไปให้กับ ทอม เควฟลี่ย์ ที่วิ่งทะลุช่องขึ้นไปในกรอบเขตโทษ ยิงบอลส่วนตัวของผู้รักษาประตูบอร์นมัธ เข้าไปขึ้นนำ 1-0 แต่ไม่น่าเชื่อว่า ทีมเยือนจะกลับมาไว ไล่ตีเสมอ 1-1 ได้ในอีก 2นาทีต่อมา บอร์นมัธเปิดบอลเข้าที่หน้าประตู Joshua King  ยิงไปโดนกองหลังแล้วบอลเปลี่ยนทางมาเข้าเท้าของ Marc Pugh ที่ยืนอยู่แถว 2 ยิงล่อเป้าจ่อเข้าไปตีเสมอ ทันที แต่ก็มาโดนประตูปลิดชีพ ของเจ้าบ้านจากกัปตันทีม เลห์ตัน เบนส์ บอลมาทางฝั่งขวา อารอน เลนนอล เปิดตัดหลังเข้ามาที่หน้าประตูเลยไปหมด แต่มี เลห์ตัน เบนส์ ที่วิ่งเติมขึ้นมาซัดด้วยซ้ายข้างถนัดเต็มข้อบอลพุ่งเสียบเพดานเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ส่งผลให้ประตูนี้ เอฟเวอร์ตัน เอาชนะ บอร์นมัธไปได้ 2-1 เก็บ 3คะแนนที่ไม่สำคญอะไรมากนักมาได้

แตนอาละวาด ยิงแซง สิงห์ผยองดับต่อเนื่อง

   wattford

      เละเทะต่อเนื่องสำหรับ สิงห์ผยอง แอสตัน วิลล่า หลังจากที่การันตีการตกชั้นไปเล่นในศึก แชมเปี้ยนชิพ ก็ทำให้ผลงานไม่ดีล่าสุดก็ยังคงแพ้ให้กับ แตนอาละวาด วัตฟอร์ด อีกเช่นเคยทำให้ สถิติการแพ้ของ แอสตัน วิลล่า ค่อนข้างที่จะทำลายสถิติไปอย่างต่อเนื่อง 26เกมด้วยกัน ฤดูกาลนี้ยังถือว่าเป็นฤดูกาลที่ทำลายจิตใจพวกเขาเสียจริงๆ Eric Black พยายามที่ดิ้นรนยังก็ไม่รอด ถีงจะส่งผู้เล่นคนไหนลงก็ไม่สามารถที่จะทำให้ทีมเอาชนะได้เลย ทั้งที่นักเตะที่ลงเล่นแต่ละเกมถือว่าตัวหลักๆทั้งนั้นเกมนี้ก็เช่นเดียวกัน ส่ง แกสเทรด จอร์แดน อายิว เวสต์วู้ดส์ ลงเป็นตัวรุก ทางด้านของทีมเจ้าบ้าน วัตฟอร์ด ยังคงส่ง ทรอยน์ เดียนี่และ อิฮาโล่

คู่นี้ประตูแรกเกิดขึ้น นาทีที่ 28  Ciaran Clark จั๋วหัวเรื่องไก่อน ขึ้นมายิงขึ้นนำให้ แอสตัน วิลล่า ขึ้นนำ 0-1 แต่กก่อนหมดเวลาครึ่งแรกโดนตีเสมอจาก Almen Abdi เริ่มครึ่งหลังมา 3นาที Jordan Ayew ก็มายิงประตูขึ้นนำอีกครั้ง 1-2  แต่ก็ไม่ทำให้ วัตฟอร์ด ทีมที่ดีดมากในช่วงครึ่งหลัง ทดถอยลง พวกเข้าไล่ตีเสมออีกครั้งเป็น 2-2 ในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 90 จาก ทรอยน์ เดียนี่ และอีก 2นาทีต่อมาทดเวลา ทรอยน์ เดียนี่ พระเอกคนเดิมมายิงประตูปิดท้ายให้ วัตฟอร์ดแซงขึ้นนำเป็น 3-2 แล้วเก็บชัยชนะไปได้สำเร็จ ยังเป็นอีกเกมที่ สิงห์ผยอง แอสตัน วิลล่า ยังคงพ่ายแพ้ต่อเนื่องเป็นเกมที่11 ในพรีเมียร์ลีก ถือว่าทีมพวกเขาจะกู๋ไม่กลับจริงๆ น่าเห็นใจมากครับ

เรือพักตัวหลักไว้ลุย ชุดขาว พลาดท่านักบุญ ถล่มยับ

   Southampton-v-Manchester-City

    แมตซ์นี้ลำบากนัก ไม่รู้ว่าจะให้ความสำคัญไหนดี สำหรับ มานูเอล เปเยกรินี่ ที่ต้องแบกภาระอันใหญ่หลวงว่าจะเลือกอันไหนดีระหว่างพรีเมียร์ลีกที่หมดโอกาสลุ้นแชมป์แต่ยังพอจบที่ 3และยังได้ไป ยูฟ่ากะ เลือกเกมยูฟ่าแล้วคว้าแชมป์ให้ได้เพื่อที่จะได้ที่นั่งในการเล่นยูฟ่าในปีต่อไป เกมนี้ เปเยกรินี่ เลือก ยูฟ่าครับ ดร็อปผู้เล่นตัวจริงอย่าง กุน อเกวโร่ ยาย่า ตูเน่ เควิน เดอะ บรอยน์และ ดาบิด ซิลวา ให้นักเตะตัวสำรองลงมาเกือบทั้งทีม ทำให้เกมนี้ อิฮีน่าโช่กับ วิลเฟรน โบนี่ ได้ลงเป็นตัวจริง

ด้วยเป็นนักเตะสำรองเกือบหมดทำให้ไม่มีตัวหลักในการยึดครองพื้นที่กลางสนาม ส่งผลให้ แมนซิตี้ โดน นักบุญ เซาแธมป์ตัน ยิงขึ้นนำไปก่อน 2-0 จากการยิงของเชอ ลองค์ ที่วิ่งเข้ามาถีบบอลเข้าไปแล้ว ซาดิโอ มาเน่ ที่วิ่งสอดขึ้นมาก่อนที่จะยิงบอลสวนตัวขอ งโจ ฮาร์ทเข้าไป ส่งผลให้ แมนซิตี้ตามถึง 2ประตู แต่ก่อนจบครึ่งแรก Kelechi Iheanacho ก็มายิงประตูไล่ตามมาเป็น 2-1จากการเคลียร์บอลมาเข้าทาง อิฮีนาโช่ แต่เริ่มครึ่งหลังนักบุญได้เตะมุม บอลสกัดไปมาไม่ขาดที่หน้าประตูแมนซิตี้ จนมาเข้าทางของ ซาดิโอ มาเน่ กระโดดยิงให้ทีมนำห่างเป็น 3-1 ก่อนที่ ดูซาน ทาดิช จะมาไหลบอลให้ มาเน่ หลุดเดียว ใช้ความเร็วก่อนที่จะยิงเสาแรกสวนตัวโจ ฮาร์ทเข้าไปทำให้สกอร์ออกห่างเป็น 4-1 ยากที่แมนซิตี้จะกลับมาได้ จนมาได้ประตูปลอบใจอีกลูกจาก อิฮีนาโช่ ที่เจ้าตัว บรรจงปั่นบอลโค้งเข้ามุมอย่างสวยงาม เข้าตาของแมวมองหลายคนเสียจริง จบเกมทำให้เกมนี้ นักบุญ เซาแธมป์ตันรเอาชนะ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ไปได้ 4-2ส่งผลให้เรือร่วงลงมาที่ 4โดน อาร์เซน่อล ที่ชนะ นอริชไปได้กลับขึ้นไปอยู่ที่ 3อีกครั้งหนึ่ง