หงส์โหดอะไรเบอร์นั้นถล่ม บียาร์รีลลิ่วรอบชิงยูโรป้า

   liverpool

   โอกาสที่จะทำให้ หงส์แดง ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ใหญ่ติดไม้ติดมือมาคงจะไม่ใช่เรื่องที่จะเกินความสามารถแล้ว เพราะว่าเกมเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม 2559 รอบรองชนะเลิศ นัดที่2 หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ บียาร์รีล ยอดทีมจากลาลีกา สเปน ซึ่งในนัดแรกจบที่ บียาร์รีลเอาชนะไปได้ 1-0 เกมนี้มาเยือนในถิ่นของเหล่าหงส์แดง เกมที่ดุเดือดเลือดพล่านจึงปะทุขึ้น เจอร์เก้นท์ คล็อปป์ อาจจะเตรียมทีมมาค่อนข้างดีเพราะว่าเกมพรีเมียร์ลีกที่ผ่านมา เก็บตัวจริงไว้ใส่ตัวสำรองเกือบหมดทำให้พ่ายแพ้ต่อ สวอนซ๊ ซิตี้ไป 3-1 ทำให้เกมนี้พวกเขาจัดตัวหลักกลับมาลงสนามทุกตำแหน่ง ซึ่งมีตัวูโรงอย่าง แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ,เจมส์ มิลเนอร์ ,โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่และ ฟิลิเป้ คูตินโญ่

เมื่อเกมการแข่งขันเริ่มขึ้น หงส์แดง เปิดฉากเข้าใส่ก่อนแต่ไม่เป็นผล โดน บียาร์รีลทีมเยือน สวนกลับมามีความอันตรายมากกว่าแต่ยังไม่ดีพอที่จะเป็นประตู จนนาทีที่7 เท่านั้น เป็นจังหวะที่ ลิเวอร์พูล หมายทำประตูบอลอยู่ที่ เอ็มเร่ ฉาน แปลย้อนกลับมาที่หน้าประตู สเตอร์ริดจ์ ยืนอยู่ตรงนั้นหมายจะส่งบอลเข้าไปแต่ไม่โดนบอลเลยมากระแทกตัวของ Bruno กองกลางของบียาร์รีล กระดอนเข้าประตูตัวเองทำให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 1-0 จากนั้นเกมยังคงเป็นของลิเวอร์พูลอย่างต่อเนื่องจนมาช่วงครึ่งหลังนาทีที่ 63 ฟิร์มิโน่ได้บอลอบู่ที่กรอบเขตโทษ เขี่ยบอลทะลุช่องให้ สเตอร์ริดจ์ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไป ยิงลอดด่านของ อเรโอล่า บอลไปชนเสาเหลี่ยมในเข้าประตูไปออกห่างเป็น 2-0 สกอร์รวมตอนนี้ ลิเวอร์พูลแซงเป็น 2-1 ได้เข้ารอบแล้วแต่เกมยังไม่จบมีประตูเกิดขึ้นแล้วในนาทีที่ 81 ฟิรืมิโน่ เลี้ยงเดียวจนสุดริมเส้นเปิดตัดเข้ามาที่ตรงกลางเข้าทาง สเติร์ริดจ์ยิงบอลไปติดกองหลังบียาร์รีลแต่บอลกระดอนไปเข้าทางของ อดัม ลัลลาน่า ที่อยู่ตรงนั้น นอนหักข้อเท้าส่งบอลเข้าประตูไป ทำให้ ลิเวอร์พูลขึ้นนำ 3-0 แล้วผ่านเข้ารอบไปด้วยสกอร์รวม 3-1 เข้าไปชิงชัยกับเทพเจ้าบอลถ้วยอย่าง เซบีญ่า แชมป์ยูโรป้าลีกเมื่อปีที่แล้ว รับรองสนุกแน่นอนครับ

สิงห์สกัดไก่ ชวดแชมป์เกมเดือด

     Chelsea-v-Tottenham

    เกมพรีเมียร์ลีก เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาถือว่าเป็นเกมที่น่าติดตามเป็นอย่างมากเนื่องจาก สิงโตน้ำเงิน เชลซี ต้องเปิดบ้านเจอกับ ไก่เดือยทอง ท๊อตแน่ม ฮอตสเปอร์สไม่เป็นเพียงเป็นศึกลอนดอน ดาร์บี้แมตว์เพียงเท่านั้นแต่เป็นเกมที่อาจจะทำให้ตัดสินว่า สเปอร์สยังมีโอกาสที่จะลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกกับ เลสเตอร์ ซิตี้อยู่หรือไม่ ทางเดียวที่จะทำให้ความหวังของ สเปอร์สยังคงสามารถเดินต่อไปก็คือชนะเชลซีสถานเดียวเท่านั้น ซึ่งเรื่องนั้นจะเป็นอย่างไรเราไปดูกันเลยครับ เชลซีเกมนี้ไม่ได้ส่ง เอเด็น อาซาร์ลงเป็นตัวจริงให้ เปโดร วิลเลี่ยนและ ฟาเบรกาส เป็น 3 ผสานในเกมรุก ดิอาโก้ คอสต้า เป็นหน้าเป้า ทางสเปอร์สอย่างที่รู้กัน เฮนรี่ เคน ดาวซัลโวลงเป็นกองหน้าตัวเดียว มี คริสเตรียน อิริคเซ่น เอริค ลาเมล่าและซอง ฮองมิน ที่ได้ลงเป็นตัวจริงแทน เดลี อัลลี ที่โดนใบแดงแบนลงไม่ได้ในเกมนี้

เกมการแข่งขันที่ดุเดือดเริ่มขึ้นทั้ง 2 ฝั่งเข้าปะทะบอลกันอย่างไม่มียั้ง จนใบเหลืองปลิววอน เกมเดินมาถึงนาทีที่ 35 เอริค ลาเมล่า ครองบอลอยู่ที่หัวกะโหลก แทงบอลทะลุแนวรับของเชลซี บอลไปที่เท้า เฮนรี่ เคน ที่หลุดเดียวเข้าไป เลี้ยงบอลหลบ กูร์ตัวส์ ก่อนที่จะแปลด้วยเท้าว้ายบอลไหลเข้าไปเป็นประตูให้สเปอร์สขึ้นนำเชลซี 0-1 ตามมาด้วยก่อนหมดครึ่งแรก 1 นาที ซอง ฮองมิน ก็มายิงประตู สวนตัวของ กูร์ตัวส์เข้าไปจากการจ่ายของ คริสเตรียน อิริคเซ่น ทำให้สเปอร์สขึ้นน2-0 ความเป็นไปได้ที่จะลุ้นแชมป์ของสเปอร์สมีมากขึ้นกว่าเดิม แต่เกมยังไม่จบและไม่ได้จบอย่างสวยงามด้วยเมื่อ เชลซีเปลี่ยนแผนส่ง เอเด็น อาซาร์ ลงมาเกมดีขึ้นเยอะแล้วมีประตูตีไข่แตกเกิดขึ้นในนาทีที่ 58 วิลเลี่ยนเปิดมุมเข้ามาที่หน้าประตูบอลมาตกเข้าเท้าซ้ายของ แกรี่ เคฮิลล์ ซัดเต็มข้อบอลเข้าประตูไป เชลซีไล่มาเป็น 1-2 จากนั้นเกมเดือดขึ้นมาก กรรมการเป่าหยุดและควักใบเหลืองหลายครั้ง จนมานาทีที่ 83 สเปอร์สโดนดับฝัน บอลอยู่ที่ตรงกลางสนามตรงเท้า ดิอาโก้ คอสต้า เลี้ยงจีเข้ามาที่ประตู มีอาซาร์ทำท่งก่อนที่จะจ่ายไปให้ อาซาร์ไม่รอช้า วิ่งเข้าไปซัดบอลแบบไม่ต้องจับ บอลโค้งเข้าเสียบสามเหลี่ยมทำให้เชลซีไล่ตีเสมอ สเปอร์สได้สำเร็จ 2-2 เป็นประตุที่สวยงามมากครับ สุดท้ายจบเกมไปด้วยการเสมอกัน 2-2 ทำให้ สเปอร์สหมดสิทธิ์ที่จะลุ้นแชมป์และส่งผลให้เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่1 อย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งเกมลอนดอนดาร์บี้แมตซ์เกมนี้ เดือดมากเล่นเอา มาร์ก คาร์เทนเบิร์ก ควักใบเหลืองไปถึง 12 ใบด้วยกัน

สกัดแชมป์ ผียันเสมอ จิ้งจอก ไม่ให้คว้าแชมป์ที่โอลดแทรฟฟอร์ด

man

     หลุยส์ ฟานกัล กุนซือของ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้สัมภาษณ์ก่อนที่จะลงสนามไปแข่งขันกับ จิ้งจอกสยามของ รานิเอลี่ว่า พวกเขาจะไม่มีทางให้ เลสเตอร์ ซิตี้ มาฉลองชัยในสนามโอลดแทรฟฟอร์ดอย่างแน่นอน จึ่งทำให้ มารูยาน เฟลไลนี่ กองกลางตัวชนได้ลงเป็นตัวจริงในเกมนี้คู่กับ เวน์ย รูนี่ย์เกมเกมรับ ริมเส้นให้ อองโตนีมาร์กซิยาล วิ่งขนาดริมเส้นคู่กับ เจสซี่ ลินการ์ด กองหน้ายังมาเป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด ในส่วนของทีมเยือนเกมนี้ไม่มี เจมส์มี่ วาร์ดี้ เลยส่ง อูยัวลงไปคู่กับ โอกาซากิแทนส่วนกองกลางส่งชุดเดิม เพียงให้ เชอรุป ลงมาแทน อัลไบร์ตัน

เกมนี้ค่อนข้างจะเห็นได้ชัดว่า ฟานกัล กำชับให้ลูกทีมของพวกเขา วิ่งเข้าประกบบอลกับ เลสเตอร์ ซิตี้ให้เร็วที่สุดเล่นเอาเกมนี้พวกเขา ต่อบอลกันไม่ได้ จนเป็นโอกาสของแมนยูที่เป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่าแล้วจบสกอร์ได้หลายครั้ง จนมานาทีที่8 Antonio Valencia เลี้ยงบอลมาทางริมเส้น เปิดบอลเข้ามาที่เสาสองมี อองโตนี มาร์กซิยาล อยู่เสาสองวิ่งมาแปลบอลเข้าประตูไป ลอดด่าน แคปเปอร์ ชไมเคิ่ล เข้าประตูไป แมนยูขึ้นนำไปก่อน 1-0 หลังจากนั้นต่อมาอีก 9นาที เลสเตอร์ ซิตี้ ไม่ตายง่ายๆมายิงประตูตีเสมอตามมาเป็น 1-1 Daniel Drinkwater เตะลูกฟรีคิกเข้าไปที่หน้าประตู เวส มอร์แกน วิ่งเข้าไปตำแหน่งนัดพบโขกบอลเข้าประตูไป ทำให้เป็นประตูสำคัญให้พวกเขายังคงมีโอกาสที่จะได้ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกต่อไป ถึงจะจบเกมด้วยการเสมอแต่ก็เป็นผลดีต่อเลสเตอร์ซิตี้ ที่ยังเก็บคะแนนได้แล้วหลุยส์ ฟานกัลก็สามารถทำได้ตามที่พูดเอาไว้

วิเคราะห์ยูฟ่า เรอัล มาดริด – แมนเชสเตอร์ ซิตี้

    ronaldo-aguero-man-city-real-madrid

    ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก รองรองชนะเลิศ นัดที่ 2 ราชัน ชุดขาว เรอัล มาดริด เปิดสนาม ซานติอาโก้ เบอร์นาบิว ต้อนรับยอดทีมจากพรีเมียร์ลีก เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกมในนัดแรกทั้งคู่กินกันไม่ลง ไม่มีประตูเกิดขึ้นทำให้ จบเกมไปที่การเสมอกันไป 0-0 ความเสียเปรียบไปอยู่ที่ เซนาดีน ซีดาน เจ้าบ้านที่ไม่สามารถเก็บประตูจากนัดที่ไปเยือนครั้งที่แล้วทำให้ พวกเขาจะต้องบุกโจมตีแล้วยังคงต้องให้ความสำคัญของเกมรับอีกด้วย ซึ่งเงื่อนไขที่จะต้องเปิดเกมรุกเข้าใส่ ทำให้ช่องโหว่ในเกมรับเปิดขึ้น แล้วอาจจะโดนเกมโต้กลับจนเป็นที่มาขอบงการเสียประตู ทางด้านของ แมนซิตี้ ใส่นักเตะตัวหลักลงเต็มอัตรา

ซึ่ง มานูเอล เปเยกรินี่ ได้ดร็อปนักเตะหลักออกจากเกมในลีกที่เจอกับ เซาปธมป์ตันส่งผลให้ทีมแพ้ไปในที่สุด ก็เพื่อที่จะมาเน้นที่เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก กมนี้ส่ง กุน อเกวโร่ ยาย่า ตูเร่ เควินเดอะ บรอยน์และ เจซุส นาบาส ทำให้เกมนี้จะเน้นไปที่เกมสวนกลัวและ วางเกมรับที่แข็งแกร่งตรงกลางสนาม ส่วน เซนาดีน ซีดาน ขาด คาริม เบนเซม่าไปทำให้เกมนี้จะไม่เปิดเกมใส่อย่างเดียว ยังคุมเกมตรงกลางสนามให้มั่นอีกด้วย ซึ่งกองหน้าอาจจะเป็น คริสเตรียนโน่ โรนัลโด้ กับลูคัส บาเกวซ กองกลาง 4 คนเป็น แกเร็ธ เบล ฆาเมส โรดิเกวซ โมดริซและ โทนี่ โครส ซึ่งเกมนี้ค่อนข้างที่จะสูสีกันแต่การที่ เรอัล มาดริด ได้ โรนัลโด้มา ทำให้เกมนี้มีความอันตายเพิ่มขึ้น จนทำให้เรอัล มาดริด มีโอกาสที่จะเก็บชัยชนะได้มากกว่า เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้

มหาเทพ สอยประตูชัยเหนือนกขมิ้น

    danny-welbeck-olivier-giroud-arsenal

    อาร์แซน เวนเกอร์ ยังคงต้องการที่จะจบเป็นอันดับที่ 3ในพรีเมียร์ลีกเพื่อที่จะเข้าไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก แบบไม่ต้องมานั่ง คัดเลือกอีกครั้ง ทำให้ อาร์เซน่อลจะต้องรักษาคะแนนไว้ให้ได้ไม่เช่นนั้นอาจจะโดน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พุ่งขึ้นมาแซงหน้าได้อีก เกมที่ 36 เล่นในบ้านเจอกับ นกขมิ้น นอริช ซิตี้ ถ้าเกมนี้แพ้จะทำให้พวกเขายังคงอยู่ที่ 4 ดั่งเดิม ทำให้เกมนี้ เวนเกอร์ ยังใส่ โอลิวิเย่ร์ ชิรูดห์ เป็นตัวจริงถึงแม้ผลงานจะไม่ดีเท่าที่ควรก็ตาม กองกลางมี เมซุส โอซิล และ อเล็กซิสซานเชส ตัวหลักช่วยอีกแรง  อิโวบี้เกมนี้ได้ โอกาสเป็นตัวจริง ทีมเยือนยังคงมีโอกาสตกชั้นทำให้พวกเขาใส่ เจอโรมเป็นหน้าเป้า มีฮูลาแกน ฮาวน์สัน เรดมอนต์ มาช่วยเกมรุกและรับ

หลังจากที่เกมขึ้นก็เป็นอาร์เซน่อลที่ครองบอลบุกอยู่ฝ่ายเดียว ทั้งจังหวะการจบสกอร์ก็มีมากกว่าแต่ก็มีบางครั้งที่บุกอยู่เพลินๆแล้วโดนโต้สวนกลับจนได้จบสกอร์เกือบเป็นประตูเหมือนกัน แต่ยังไม่มีทีมไหนทำได้ดีพอที่จะเป็นประตูเกิดขึ้น ทำให้ครึ่งหลัง เวนเกอร์ส แก้เกมรุก ส่ง แดนนี่ เวลเบ็ค ลงแทน ชิรูดห์และพอลริต้า ลงมาแทน เมอร์เตซัคเกอร์ที่เกมนี้ค่อนข้างที่จะรวนนิดๆ หลังจากที่ เวลเบ็คลงเพียงแค่ 3นาที เจ้าตัวก็มายิงประตูสำคัญให้ทีม ในนาทีที่ 59 บอลมาจากริมเส้นฝั่งขวาที่ ชิรูดห์ เขาโหม่งบอลตั้งกลับมาให้กับ เวลเบ็ค เอียงตัววอลเลย์บอลพุ่งกระดอนพื้นเข้าไปที่เสาสอง เป็นประตูชัยให้กับ อาร์เซน่อล เก็บ 3คะแนนที่สำคัญต่อทีม พาทีมกลับขึ้นไปอยู่ที่ 3 อีกครั้ง

พี่ค้อนโหด บุกทุบ มวยโลก คาบ้าน

        West-Ham-vs-West-Brom

     ไม่มีไว้หน้ากัน สำหรับ ขุนค้อน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่ยังคงหวังที่จะจบอันดับที่ 5 ในการไปเล่นในศึก ยูโรป้า แชมเปี้ยนลีก ทำให้พวกเขายังคงเดินหน้าเล่นกันอย่างเต็มที่ แถมยังเก็บชัยชนะได้ไม่น้อยอีกด้วย ล่าสุดอยู่ที่ 6ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียงแค่ 1คะแนนเท่านั้นหลังจากที่ พวกเขาบุกไปเอาชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนไปได้ น่าสนใจมากว่าถ้าเกิดพกวเขารักษาระยะฟอร์มของเขาไปได้อาจจะจบได้ดีกว่านี้แน่นอน Slaven Bilic ผลงานในฤดูกาลนี้ค่อนข้างที่จะเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก เก็บทีมใหญ่มาได้เกือบหมด จะมาก็พลาดตรงที่เวลาเจอกับทีมเล็กก็มักจะดร็อปผลงานลงไปด้วยทำให้ทิ้งคะแนนที่สำคัญไปเยอะทีเดียว

เกมนี้พวกเขาก็มาระเบิดฟอร์มไล่จีตูดแมนยูมาเรื่อยๆ ซึ่งยิงกันไม่ไหวหน้าเจ้าบ้านเลย เวสต์แอฒ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 0-1 ตั้งแต่ ครึ่งแรกนาทีที่ 34 Dimitri Payet เปิดบอลเข้าตรงกลาง บอลพุ่งแม่นยำไปที่หัวของ Cheikhou Kouyaté โขกบอลสวนตัวของ เบน ฟอสเตอร์เข้าไป ทำให้ทีมเยือนขึ้นนำไปก่อน หลังจากนั้นก่อนที่จะหมดเวลาครึ่งแรก Cheikhou Kouyaté ก็กลับมาเป็นคนแอสซิตให้กับ มาร์ด โนเบิ้ล ยิงประตูให้ทีมขึ้นนำ 0-2 ทิ้งห่าง เวสต์บรอมวิช ออกไปอีก ก่อนที่จะเป็น เขาคนเดิม มาร์ค โนเบิ้ล  ได้บอลจากการตักบอลโด่งย้อนมาที่หน้าประตูบอลลงที่เท้าของ โนเบิ้ล เอียงตัว วอลลย์บอลเสยหน้าของฟอสเตอร์เข้าไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง สวยงามมากครับ มีความคลาสสิคแบบอลอังกฤษเก่าผสมผสานอยู่ด้วย ทำให้ประตูนี้ปิดท้ายให้ เวสต์แฮม บุกมาเอาชนะ เวสต์บรอมวิชไป 3-0

พี่เสือไปไม่ถึง น้องหมีตบร่วง

    saul-niguez-vs-bayern-april-2016

       ชนะเหมือนแพ้ เป็นคำพูดที่กล่าวถึงทีม เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ที่แข่งขันศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก เปิดสนาม แอลลิแอนซ์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ ตราหมี แอตเลติโก้ มาดริด ซึ่งในนัดแรกที่ดวลกันเป็น ตราหมีที่เก็บชัยชนะไปได้ 1-0 ไม่เสียประตูในบ้านอีกด้วย เกมนี้ทางทีมเจ้าบ้าน ค่อนข้างที่จะกดดันตัวเองเป็นอย่างมาก ถ้าต้องการเข้ารอบต้องยิงถึง 2-0ถ้าโดนยิงในบ้านเป็นอันว่าจบเพราะว่าต้องยิงถึง 3ประตู ทำให้ นักเตะร่วมไปถึง โค้ชก็อาจจะเกรงๆกับในเกมนี้ เป๊ป กวาดิโอล่า เตรียมทีมมาไม่ต่างจากเกมแรกยังใช้งานของ ฟรองค์ ริเบรี่ ขนานริมเส้นคู่กับ ดักลาส คอสต้า บุกเข้าโจมตี ตรงกลางยังใช้งานของ อาตูโล่ วิดัล คู่กับ โทมัส มุลเลอร์ กองหน้าเป้ายังเป็น โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

เกมการแข่งขันเริ่มขึ้น ตราหมีเตรียมทีมมาตั้งรับเต็มอัตรา ทำให้ บาเยิร์น มิวนิค ดาหน้าเข้าใส่แบบไม่ยั้งจนโอกาสได้จบสกอร์มีเยอะมากแต่ไม่ดีพอที่ผ่าน ยานน์ โอลัค ผู้รักษาประตูของ แอตเลติโก้ มาดริด แต่จนมานาทีที่ 31 ก็ประสบผลสำเร็จ ชาบี้ อลอนโซ่ ได้โอกาสจบสกอร์จากแถว 2 ส่งบอลเข้าประตูไปทำให้ บาเยิร์น กลับมาเสมอกับ ตราหมีจากสกอร์ร่วม มาในครึ่งหลังนาทีที่54 ตราหมีส่วนกลับบอลอยู่ที่ เฟอร์นันโด ตอร์เรส แทงทะลุช่องให้กับ อองตรวน กริสมันซ์ ยิงประตูผ่าน มานูเอล นอยส์เออร์ หมดสิทธืรับ ทำให้เสมอกันในเกม 1-1 เป็นงานยากของ บาเยิร์นที่จะต้องจบเกมด้วยสกอร์ 3-1 แต่ก็โดวงทวงคืนมาจาก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แต่ก็ไม่พอทำให้เกมนี้บาเยิร์ยเอาชนะ 2-1 แต่สกอร์รวมเสมอกันแล้วแพ้เพราะว่าโดนประตูกฏอเวย์โกลด์ ทำให้ตราหมี แอตเลติโก้ มาดริด เขี่ย บาเยิร์น มิวนิค ตกรอบ รองชนะเลิศไป

ท๊อฟฟี่ หืดจับ เบนส์ ยิงเฉือน บอร์นมัธ

   Bournemouth-vs-Everton

      เกมที่ 36 ในศึกพรีเมียร์ลีก ท๊อฟฟี่น้ำเงิน เอฟเวอร์ตัน กลับรังเหย้ามาเจอกับ บอร์นมัธ ด้วยทั้ง 2ทีมไม่ต้องมานั่งลุ้นหรือเสี่ยงอะไร เลยทำให้เกมนี้ค่อนข้างที่จะเล่นกันไม่เต็มที่ ส่วนมากจะไม่ได้ส่งตัวจริงทุกตำแหน่งเอาตัวสำรองลงมาหาประสบการณ์ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ พัก โรเมรู ลูกากู ให้ Oumar Niasse ลงเล่นเป็นกองหน้า แต่เกมรุกที่เหลือมี รอส บาร์คลี่ย์ ทอม เควฟลี่ย์และ อารอน เลนนอล ในฝั่งที่ทีมเยือนให้ วิลสัน กับ คิงลงเป็นหน้าคู่ มีอาร์เทอร์ กับ เชอแมนส์ คุมกลาง เกมนี้อาจจะเล่นกันอย่างประณีประณอตกันเสียหน่อยบแต่เกมที่เกิขึ้นมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น

เล่นกันในครึ่งแรกไม่กี่นาทีก็มีประตูเกิดขึ้นซะแล้ว นาทีที่ 7เท่านั้น เจ้าบ้านเครื่องร้อนเร็ว เปิดฉากขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะที่ รอส บาร์คลี่ย์ ได้บอลทางริมเส้นฝั่งซ้าย ถ่ายบอลไปให้กับ ทอม เควฟลี่ย์ ที่วิ่งทะลุช่องขึ้นไปในกรอบเขตโทษ ยิงบอลส่วนตัวของผู้รักษาประตูบอร์นมัธ เข้าไปขึ้นนำ 1-0 แต่ไม่น่าเชื่อว่า ทีมเยือนจะกลับมาไว ไล่ตีเสมอ 1-1 ได้ในอีก 2นาทีต่อมา บอร์นมัธเปิดบอลเข้าที่หน้าประตู Joshua King  ยิงไปโดนกองหลังแล้วบอลเปลี่ยนทางมาเข้าเท้าของ Marc Pugh ที่ยืนอยู่แถว 2 ยิงล่อเป้าจ่อเข้าไปตีเสมอ ทันที แต่ก็มาโดนประตูปลิดชีพ ของเจ้าบ้านจากกัปตันทีม เลห์ตัน เบนส์ บอลมาทางฝั่งขวา อารอน เลนนอล เปิดตัดหลังเข้ามาที่หน้าประตูเลยไปหมด แต่มี เลห์ตัน เบนส์ ที่วิ่งเติมขึ้นมาซัดด้วยซ้ายข้างถนัดเต็มข้อบอลพุ่งเสียบเพดานเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ส่งผลให้ประตูนี้ เอฟเวอร์ตัน เอาชนะ บอร์นมัธไปได้ 2-1 เก็บ 3คะแนนที่ไม่สำคญอะไรมากนักมาได้

แตนอาละวาด ยิงแซง สิงห์ผยองดับต่อเนื่อง

   wattford

      เละเทะต่อเนื่องสำหรับ สิงห์ผยอง แอสตัน วิลล่า หลังจากที่การันตีการตกชั้นไปเล่นในศึก แชมเปี้ยนชิพ ก็ทำให้ผลงานไม่ดีล่าสุดก็ยังคงแพ้ให้กับ แตนอาละวาด วัตฟอร์ด อีกเช่นเคยทำให้ สถิติการแพ้ของ แอสตัน วิลล่า ค่อนข้างที่จะทำลายสถิติไปอย่างต่อเนื่อง 26เกมด้วยกัน ฤดูกาลนี้ยังถือว่าเป็นฤดูกาลที่ทำลายจิตใจพวกเขาเสียจริงๆ Eric Black พยายามที่ดิ้นรนยังก็ไม่รอด ถีงจะส่งผู้เล่นคนไหนลงก็ไม่สามารถที่จะทำให้ทีมเอาชนะได้เลย ทั้งที่นักเตะที่ลงเล่นแต่ละเกมถือว่าตัวหลักๆทั้งนั้นเกมนี้ก็เช่นเดียวกัน ส่ง แกสเทรด จอร์แดน อายิว เวสต์วู้ดส์ ลงเป็นตัวรุก ทางด้านของทีมเจ้าบ้าน วัตฟอร์ด ยังคงส่ง ทรอยน์ เดียนี่และ อิฮาโล่

คู่นี้ประตูแรกเกิดขึ้น นาทีที่ 28  Ciaran Clark จั๋วหัวเรื่องไก่อน ขึ้นมายิงขึ้นนำให้ แอสตัน วิลล่า ขึ้นนำ 0-1 แต่กก่อนหมดเวลาครึ่งแรกโดนตีเสมอจาก Almen Abdi เริ่มครึ่งหลังมา 3นาที Jordan Ayew ก็มายิงประตูขึ้นนำอีกครั้ง 1-2  แต่ก็ไม่ทำให้ วัตฟอร์ด ทีมที่ดีดมากในช่วงครึ่งหลัง ทดถอยลง พวกเข้าไล่ตีเสมออีกครั้งเป็น 2-2 ในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 90 จาก ทรอยน์ เดียนี่ และอีก 2นาทีต่อมาทดเวลา ทรอยน์ เดียนี่ พระเอกคนเดิมมายิงประตูปิดท้ายให้ วัตฟอร์ดแซงขึ้นนำเป็น 3-2 แล้วเก็บชัยชนะไปได้สำเร็จ ยังเป็นอีกเกมที่ สิงห์ผยอง แอสตัน วิลล่า ยังคงพ่ายแพ้ต่อเนื่องเป็นเกมที่11 ในพรีเมียร์ลีก ถือว่าทีมพวกเขาจะกู๋ไม่กลับจริงๆ น่าเห็นใจมากครับ

เรือพักตัวหลักไว้ลุย ชุดขาว พลาดท่านักบุญ ถล่มยับ

   Southampton-v-Manchester-City

    แมตซ์นี้ลำบากนัก ไม่รู้ว่าจะให้ความสำคัญไหนดี สำหรับ มานูเอล เปเยกรินี่ ที่ต้องแบกภาระอันใหญ่หลวงว่าจะเลือกอันไหนดีระหว่างพรีเมียร์ลีกที่หมดโอกาสลุ้นแชมป์แต่ยังพอจบที่ 3และยังได้ไป ยูฟ่ากะ เลือกเกมยูฟ่าแล้วคว้าแชมป์ให้ได้เพื่อที่จะได้ที่นั่งในการเล่นยูฟ่าในปีต่อไป เกมนี้ เปเยกรินี่ เลือก ยูฟ่าครับ ดร็อปผู้เล่นตัวจริงอย่าง กุน อเกวโร่ ยาย่า ตูเน่ เควิน เดอะ บรอยน์และ ดาบิด ซิลวา ให้นักเตะตัวสำรองลงมาเกือบทั้งทีม ทำให้เกมนี้ อิฮีน่าโช่กับ วิลเฟรน โบนี่ ได้ลงเป็นตัวจริง

ด้วยเป็นนักเตะสำรองเกือบหมดทำให้ไม่มีตัวหลักในการยึดครองพื้นที่กลางสนาม ส่งผลให้ แมนซิตี้ โดน นักบุญ เซาแธมป์ตัน ยิงขึ้นนำไปก่อน 2-0 จากการยิงของเชอ ลองค์ ที่วิ่งเข้ามาถีบบอลเข้าไปแล้ว ซาดิโอ มาเน่ ที่วิ่งสอดขึ้นมาก่อนที่จะยิงบอลสวนตัวขอ งโจ ฮาร์ทเข้าไป ส่งผลให้ แมนซิตี้ตามถึง 2ประตู แต่ก่อนจบครึ่งแรก Kelechi Iheanacho ก็มายิงประตูไล่ตามมาเป็น 2-1จากการเคลียร์บอลมาเข้าทาง อิฮีนาโช่ แต่เริ่มครึ่งหลังนักบุญได้เตะมุม บอลสกัดไปมาไม่ขาดที่หน้าประตูแมนซิตี้ จนมาเข้าทางของ ซาดิโอ มาเน่ กระโดดยิงให้ทีมนำห่างเป็น 3-1 ก่อนที่ ดูซาน ทาดิช จะมาไหลบอลให้ มาเน่ หลุดเดียว ใช้ความเร็วก่อนที่จะยิงเสาแรกสวนตัวโจ ฮาร์ทเข้าไปทำให้สกอร์ออกห่างเป็น 4-1 ยากที่แมนซิตี้จะกลับมาได้ จนมาได้ประตูปลอบใจอีกลูกจาก อิฮีนาโช่ ที่เจ้าตัว บรรจงปั่นบอลโค้งเข้ามุมอย่างสวยงาม เข้าตาของแมวมองหลายคนเสียจริง จบเกมทำให้เกมนี้ นักบุญ เซาแธมป์ตันรเอาชนะ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ไปได้ 4-2ส่งผลให้เรือร่วงลงมาที่ 4โดน อาร์เซน่อล ที่ชนะ นอริชไปได้กลับขึ้นไปอยู่ที่ 3อีกครั้งหนึ่ง